webjasmin.com

บริการ24ชั่วโมง

จัดไป! หวย อ.จอนนี่ งวด 1/9/59 ชุดสรุปล่าง

เป็นอีกชุดหวยที่ได้รับความสนใจและหลายคนนั้นถามหากันมากสำหรับ หวย อ.จอนนี่ เลขเด็ดที่ได้ลุ้นทุกงวดเช่นกันงวดนี้มีหวยชุดสรุปล่างออกมาให้เห็นกันแล้วครับ ใครรออยู่ก็จัดไปเลยช่วงนี้ก็ยังคงมีหวยออกมาให้เห็นกันอย่างหนาตาเช่นเคย ยิ่งเดินทางเด็ดแน่เข้าใกล้โค้งสุดท้ายก่อนหวยออกเท่าไหร่ เลขเด็ดก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น คอหวยท่านไหนที่ตามติดหวยชุดไหนกันอยู่ก็ต้องดูให้ดีเลยครับ งวดนี้เราจะรวยถูกหวยกันทุกคน สำหรับวันนี้เรานำเอา หวย อ.จอนนี่ อีกหนึ่งชุดเด็ดที่ถูกถามถึงกันมาก งวดนี้ปล่อยเลขชุดสรุปล่าง งวด 1/9/59 ออกมาให้เห็นกันประกอบไปด้วยเลขเด่น 26 62 24 42

นอกจากนี้ยังมีชุดรองอีกดูจากภาพด้านล่างเลยน่ะครับ งวดนี้รวยๆ ถูกหวยกันทุกคนจัดไป! หวย อ.จอนนี่ งวด 1/9/59 ชุดสรุปล่างแต่ก็นังคงย้ำเตือนกันเหมือนเช่นเคยว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น สมาชิกเว็บหวยของเราทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมและตัดสินใจร่วมด้วยก็แล้วกัน แต่ก็ขออวยพรให้ทุกท่านโชคดีถูกหวยกันเยอะๆ น่ะงวดนี้

ตร.ชี้คดีหญิงไก่แจ้งความเท็จสรุปสำนวนสั่งฟ้องส.ค.นี้

รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม เผยคดี ‘หญิงไก่’ แจ้งความเท็จ สรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บังคับการกองหยิงไก่ปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าคดี นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเรียบเรียงข้อมูลหลักฐาน ซึ่งได้ทำการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องครบทั้งหมดแล้ว คาดว่าภายใน

สิ้นเดือนสิงหาคมนี้ จะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องได้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถกำหนดวันได้ โดยเฉพาะในข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วนความผิดหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามมาตรา 112 นั้น ทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนใกล้เสร็จแล้ว โดยมีความพร้อมที่จะส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องแล้วเช่นกัน

เราได้คัดสรรบริการเกมส์ gclub คาสิโนออนไลน์ ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นบริการที่ได้รับความนิยม และรู้จักันดีอยุ่แล้ว ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก กับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ที่เว็บไซต์ : sbobetgroup.com

 

จับตัวได้แล้ว หนุ่มคลิปลวนลามนักเรียน อ้างวันนั้นเมาหนัก

ตำรวจจับได้แล้ว หนุ่มในคลิปเป็นโรคจิตลวนลามนักเรียนสาวบนรถสองแถว เจ้าตัวจำนนต่อหลักฐาน สารภาพว่าวันนั้นทะเลาะกับพี่ เพราะเมาหนัก-ขาดสติ    จากกรณีที่มีการแชร์เตือนภัยโรคจิตหนุ่มคนหนึ่ง ที่พยายามกระทำการลวนลามเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งบนรถโดยสารสองแถว กลายเป็นคลิปที่สังคมออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจตามติดตามจับกุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้โรคจิตตามรายงานระบุว่า เมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้ควบคุมตัว นายวระชิต อายุ 39 ปี ชายที่ปรากฏอยู่ในคลิปโรคจิตพยายามลวนลามเด็กสาวดังกล่าว มาสอบสวนที่สถานที่ตำรวจ โดยสามารถติดตามจับตัวได้ที่ริมถนนย่านเขตประเวศ กรุงเทพฯ

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำเอาคลิปที่ตกเป็นข่าวให้กับผู้ต้องหาดู ก่อนจะยอมรับสารภาพว่าเป็นตนเองที่อยู่คลิปจริงๆ นายวระชิต ให้การอ้างว่า ปกติตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่ย่านเพชรบุรีตัดใหม่ วันที่เกิดเหตุได้ดื่มสุราเข้าไป ทำให้เกิดอาการมึนเมาและยังมีปากเสียงทะเลาะกับพี่ชาย

ต่อมาจึงได้นั่งโดยสารออกมาจากที่พัก โดยขึ้นรถสองแถวที่ขับไปตามถนนบางนา-ตราด ท่ามกลางผู้โดยสารที่มีตลอดเส้นทาง แต่ตนไม่ทันรู้ตัวว่าได้ทำพฤติกรรมเช่นนั้นออกไป เพราะขาดสติอย่างมากจากการดื่มสุรา    สำหรับกรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายได้นำคลิปดังกล่าวมาเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางแก้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทั่งติดตามสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งทราบว่าเป็น นายวระชิต จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงได้แจ้งข้อหากระทำอานาจารเด็กอายุเกิน 15 ปี โดยขู่เข็นด้วยปราการใดๆหรือใช้กำลัง ตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 278 ทวิ 3 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดตามกฎหมายต่อไป

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของดีน่าปลื้ม ดาษดื่นด้วยคุณค่าทางอาหาร

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วอีกชนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณประโยชน์ รู้จักกันให้ดีอีกนิดแล้วจะรักมากกว่าเดิม

มะม่วง

ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของถั่วแล้ว ก็เป็นอาหารจำพวกโปรตีนอีกชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อย แถมยังมีให้เลือกรับประทานอีกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วปากอ้า ถั่วลิสง อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และถั่วอีกชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของคนไม่น้อยก็ได้แก่ “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” แม้ว่าชื่อจะดูไม่เหมือนเป็นถั่ว

แต่ขอบอกเลยล่ะว่านี่เป็นถั่วอีกชนิดที่น่าสนใจและอยากให้ได้ลิ้มลองกัน เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีกับสุขภาพ เกริ่นกันมาขนาดนี้ ถ้าไม่พาไปทำความรู้จักกับเจ้าเม็ดถั่วรูปร่างเหมือนนวมนักมวยละก็คงไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นจัดไป !มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชพื้นเมืองของบราซิล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบป่าฝนอเมซอน

พบครั้งแรกโดยนักสำรวจชาวโปรตุเกส ส่วนที่เรานำมาทานคือเนื้อในของเมล็ด โดยเมล็ดจะติดอยู่ที่ปลายผลซึ่งมีลักษณะคล้ายกับชมพู่ ซึ่งเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นมีลักษณะเม็ดคล้ายกับนวมของนักมวย นิยมนำมารับประทานเปล่า ๆ หรือนำไปปรุงกับอาหารคาวหวานต่าง ๆ เนื่องจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีรสชาติหวานมันกว่าถั่วชนิดอื่น อีกทั้งคุณค่าทางโภชนาการก็ยังสูงอีกด้วย เหมาะสำหรับรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพค่ะ

สะพานโกลเด้นเกต ซานฟรานซิสโก

มีรถยนต์ข้ามไปมา มีเรือแล่นผ่านข้างใต้ตลอดเวลา แต่การจะชมสะพานที่เป็นสัญลักษณ์ที่ดีที่สุดนี้ก็คือการเดินเท้า

สะพาน
สะพานนี้เป็นหนึ่งในสะพานที่ปรากฏในภาพถ่ายมากที่สุดในโลก และถึงแม้จะมีหมอกปกคลุมเสียเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ยังเป็นภาพที่ชวนตะลึงและสร้างความประทับใจได้ทุกครั้งที่พบเห็น ที่นี่ให้ทั้งความตื่นเต้นเกินบรรยายและเป็นแรงบันดาลใจด้วยขนาด สัดส่วนและความงดงามของโครงสร้าง ที่นี่ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของสถาปัตยกรรมอเมริกัน มีความยาว 1.7 ไมล์ (2.7 กิโลเมตร) ข้าม “โกลเด้นเกต” หรือประตูทองที่เปิดจากอ่าวซานฟรานซิสโกออกสู่น่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก
สะพานแขวนช่วงเดี่ยวนี้เชื่อมโยงซานฟรานซิสโกเข้ากับมารินเคาท์ตี ใช้เวลาในการก่อสร้างสี่ปี เปิดให้สัญจรได้ในปี ค.ศ. 1937 และออกแบบมาให้รองรับกระแสลมที่แรงกว่า 100 ไมล์ (161 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ขณะที่สร้างเสร็จนั้น สะพานโกลเด้นเกตถือเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก แต่หลังจากนั้นได้มีการทำลายสถิติไปแล้วหลายครั้ง
สิ่งปลูกสร้างนี้เป็นจุดชมวิวเบย์แอเรีย แนวเส้นขอบฟ้าของเมือง มหาสมุทรแปซิฟิกและมารินเฮดแลนด์ทางฟากเหนือของสะพาน ถ้าอยากชมวิวให้จุใจและได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของสะพาน ขอแนะนำให้ปั่นจักรยานหรือเดินข้าม ถ้าคุณขับรถคุณจะต้องมัวจดจ่ออยู่กับการจราจร
คนเดินถนนสามารถใช้สะพานได้เฉพาะช่วงที่เป็นเวลากลางวัน และสามารถเดินตามทางเดินเท้าด้านตะวันออก มีเครื่องกีดขวางตลอดแนวถนนเพื่อกั้นส่วนของคนเดินเท้าจากการจราจร นักปั่นจักรยานสามารถใช้ทางเดินเท้าทั้งด้านตะวันตกและตะวันออก ในที่สูงเหนือท้องน้ำเช่นนี้มักจะมีลมแรงมาก ดังนั้นขอแนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าหลายๆ ชั้นแม้ในช่วงฤดูร้อน
เพลิดเพลินกับวิวสวยๆ บนสะพานโกลเด้นเกตจากจุดชมวิวที่ส่วนเหนือของสะพานในมารินเคาท์ตี ทิวทัศน์ตระการตามีให้ชมทุกช่วงของวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าตรู่ที่ค่อยๆ สะท้อนแสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ในตอนเช้า และในยามค่ำคืนที่ประกายแสงระยิบระยับสะท้อนผืนน้ำสีเข้ม

สุดยอดช่างดาบแห่งยุค

สี่ร้อยปีผ่านมา เข้าสู่สมัยคามาคูระ (Kamakura Period) ราวปีพ.ศ.๑๗๓๕-๑๘๗๙ จักรพรรดิบอกให้ช่างตีดาบศึกษาวิธีการตีเหล็กจากยุคโบราณ ยุคนี้ถือเป็นจุดเริ่ม ยุคทองของดาบซามูไร มีการพัฒนาดาบให้ดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อกว่า ๔๐๐ ปีก่อน ถือเป็นเทคนิคที่สุดยอดของดาบ มีการเพิ่มวิธีการผสมเหล็กสองชนิดเข้าด้วยกัน เหล็กที่มีความแข็งจะมีปริมาณคาร์บอนสูง ใช้ทำเป็นตัวดาบ และเหล็กอ่อนที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ ใช้ทำเป็นไส้ดาบเพื่อให้ยืดหยุ่นดาบซามูไร

จากเหล็กสองชนิดที่ถูกนำมาพับและตีมากกว่าสิบชั้น ทำให้เกิดชั้นเล็กๆ เป็นทวีคูณเป็นหมื่นชั้น ช่างตีดาบจะพับเหล็กแข็งให้เป็นรูปตัวยู และนำเหล็กอ่อนมาวางไว้ตรงกลางเพื่อทำเป็นไส้ใน แล้วนำไปหลอมและตีรวมกันให้แผ่ออกเป็นใบดาบ จากนั้นนำไปหลอมในอุณหภูมิที่เหมาะสมซึ่งมากกว่า ๗๐๐ องศาเซลเซียส แล้วจึงนำมาแช่น้ำเย็น

การแช่น้ำต้องระมัดระวังมาก หากแช่ไม่ดีดาบจะโค้งเสียรูป เหล็กที่มีความแข็งต่างกัน เมื่อทำให้เย็นทันทีจะหดตัวต่างกัน ถือเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ใบดาบโค้งได้รูปตามธรรมชาติ

ดาบสามารถฟันคอขาดได้เพียงครั้งเดียว บาดแผลที่ได้รับจากดาบจะเจ็บปวดมาก ซามูไรยังต้องเรียนรู้การใช้ดาบอย่างช่ำชองว่องไวและคล่องแคล่ว ให้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จากความสามารถนี้เองทำให้ซามูไรเพียงคนเดียว สามารถสังหารศัตรูที่รายล้อมตน กว่าสิบคนได้ภายในชั่วพริบตาด้วยดาบเพียงเล่มเดียว

แต่ประเพณีการต่อสู้ของชนชั้นซามูไร คือการต่อสู้ “ตัวต่อตัวอย่างมีมารยาทด้วยดาบ” ผู้แพ้ที่ยังมีชีวิตอยู่คือผู้ที่ไร้เกียรติ ซามูไรจึงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ การฆ่าตัวตายอย่างสมเกียรติด้วยการทำ “เซปปุกุ” คือเกียรติยศของซามูไร

พระตี๋ เสียดายสึกกลางพรรษา วอนจบหวั่นกระทบศาสนา

พระตี๋ ไม้สูงเนิน หรือ พระเสริมศักดิ์ ธรรมะสโร อายุ 21 ปี พระที่รูปร่างเล็กที่สุดในไทย ซึ่งมีส่วนสูงเพียง 99 เซนติเมตร ได้บวชเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 59 เพื่อทดแทนพระคุณนางแพง ไม้สูงเนิน มารดา โดยมีความตั้งใจว่าจะบวชให้แม่อย่างน้อย 1 พรรษา ซึ่งหลังจากบวชได้เพียง 1 สัปดาห์ นางแพง มารดาของพระตี๋ก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอาการป่วย แต่เป็นการเสียชีวิตอย่างสงบ ถือว่าสมความตั้งใจของนางแพงที่อยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายก่อนเสียชีวิต แต่พระตี๋ก็ยังคงความตั้งใจที่จะบวชให้ครบ 1 พรรษา ต่อไปพระตี๋แต่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งจากพระผู้ใหญ่ใน จ.จันทบุรี ให้สึกพระตี๋อย่างกะทันหัน เป็นการให้สึกกลางพรรษา ซึ่งผิดจารีตประเพณีของการบวช ที่จะไม่มีการสึกกลางพรรษาอย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อว่า จะทำให้ชีวิตล้มเหลวในทุกๆ ด้าน คำสั่งให้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพระตี๋ บวชได้เพียง 1 เดือน ท่ามกลางความเสียใจของชาว อ.สอยดาว ที่รู้ข่าว เนื่องจากในช่วงเวลาที่พระตี๋ครองเพศบรรพชิต ชาวบ้านต่างก็เห็นในความตั้งใจต่อการปฎิบัติธรรมและปฎิบัติกิจของสงฆ์อย่างเคร่งครัด โดยที่ขนาดร่างกายไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดผาสุก พบว่า ชาวบ้านต่างจับกุมวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งดังกล่าวกัน ตรงกันข้ามกับ นายตี๋ ที่มีอาการนิ่งสงบ ตั้งใจฟังเทศน์ทำบุญเนื่องในวันพระ โดยมี พระคล้าย เทวะธรรมโม เจ้าอาวาสวัดผาสุก ชี้แจ้งเหตุผลที่นายตี๋ถูกสึกให้ญาติโยมที่มาทำบุญฟังว่า เนื่องจากเป็นคำสั่งของ พระเลขาของเจ้าอาวาสวัดทับช้าง อ.สอยดาว ว่า พระตี๋เป็นบุคคลพิการ ร่างกายไม่สมประกอบ เป็นภาระของพระสงฆ์รูปอื่น ส่วนอาตมาเป็นเพียงพระผู้น้อย ไม่สามารถขัดคำสั่งได้

ด้าน นายกฤษฎา จันทรา ผู้ใหญ่บ้านผาสุก เปิดเผยว่า คำสั่งให้สึกพระตี๋สร้างความเสียใจและเสียดายแก่ชาวบ้าน เนื่องจากรู้กันดีว่า พระตี๋ ตั้งใจบวชเพื่อทดแทนบุญคุณแม่ ความตั้งใจนี้สร้างความศรัทธายินดีแก่ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านไปตามๆ กัน ซึ่งชาวบ้านต่างเห็นความตั้งใจของพระตี๋ในการปฏิบัติธรรม และปฎิบัติกิจของสงฆ์อย่างเต็มที่ พระตี๋เดินบิณฑบาตทุกวัน ไม่ให้เป็นภาระพระเณรในการแสวงหาอาหารเพื่อฉัน กระทั่งชาวบ้านรู้สึกศรัทธา ไม่อยากให้พระตี๋ลำบากในการเดินบิณฑบาต จะสร้างรถเข็นให้พระตี๋นั่งบิณฑบาต โดยชาวบ้านอาสาเข็นให้ แต่พระตี๋ปฎิเสธ ไม่อยากให้เป็นภาระของชาวบ้าน รวมทั้งพระตี๋ยังได้ศึกษาธรรมะ ทำวัตร นั่งสมาธิเช้าเย็นเป็นประจำ ด้วยความตั้งใจนี้ ทำให้มีชาวพุทธส่วนหนึ่งเกิดความศรัทธา ติดต่อขอเป็นเจ้าภาพกฐินให้วัดผาสุกในวันออกพรรษา โดยติดต่อมาแล้วถึง 2 ราย

ด้านพระตี๋ เปิดเผยว่า รู้สึกงง ทำอะไรไม่ถูกในวันที่ถูกสั่งให้สึก ซึ่งได้รับแจ้งจากพระในวัดผาสุกว่า พระผู้ใหญ่สั่งให้สึกตน หากตนไม่สึก พระในวัดผาสุกจะเดือดร้อน ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะตน จึงยอมสึกไปอย่างเสียดาย เสียความตั้งใจที่จะบวชให้แม่อย่างน้อย 1 พรรษา และหากสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ ตนก็พร้อมจะกลับมาบวชใหม่เพื่อแม่อีกครั้ง

เปิดใจ รปภ.ฮีโร่ อุ้มระเบิดไปทิ้ง ขอตายคนเดียวเพื่อส่วนรวม

(14 ส.ค.) น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปยังศูนย์การค้าไชน่าทาวน์พลาซ่า ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายนำวัตถุต้องสงสัย หรือระเบิดเพลิง ไปวางไว้ในร้านจำหน่ายเสื้อผ้า เพื่อมอบเงินรางวัลให้กับ นายกำธร เกตแก้ว เจ้าหน้าที่ รปภ. ชาวกระบี่ รวมทั้ง นางสาวสีตลา ตันมาลาทอง คนดูแลร้าน และ พนักงานชาวเนปาล ที่ช่วยกันสังเกตจนพบวัตถุต้องสงสัยและนำไปทิ้งในถังน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุระเบิดขึ้นยามหัวใจฮีโร่

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ทำทีเข้าไปซื้อของที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า และ นำวัตถุต้องสงสัยไปวางไว้ในร้าน แต่โชคดีที่คนดูแลร้านเห็นผิดสังเกตจึงเข้าตรวจสอบ เมื่อพบว่าภายในมีทั้งโทรศัพท์ และสายไฟ ไม้ขีดไฟ และเหล้าแห้งบรรจุอยู่จึงตัดสินใจให้เด็กในร้านนำไปทิ้งในถังน้ำที่บริเวณหน้าร้าน ขณะที่ รปภ.ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุได้เข้าไปตรวจสอบ เมื่อพบว่ามีการต่อวงจรคล้ายระเบิดจึงตัดสินใจอุ้มถังน้ำขนาด 20 ลิตร ไปทิ้งที่ลานจอดรถ ก่อนแจ้งตำรวจตรวจสอ

นางสาวสีตลา ตันมาลาทอง ผู้ดูแลร้าน กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าว ถึงนาทีพบวัตถุต้องสงสัยมีการต่อวงจร ไว้แล้วว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ชาย 2 คน แต่งตัวสวมหมวกปิดบังใบหน้า และสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งสวมถุงมือ เดินเข้ามาหาซื้อเสื้อผ้าในร้านเพื่อซื้อเสื้อ แต่หลังจากนั้นตนสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าวางไม่เรียบร้อยจึงเข้าไปจัด ขณะที่กำลังจัดเสื้อผ้าก็สังเกตเห็นถุงใส่โทรศัพท์ วางอยู่และมีการนำเสื้อผ้ามาวางทับไว้ แต่ถามพนักงานทางพนักงานยืนยันว่าไม่ใช่โทรศัพท์ของตัวเอง จึงตัดสินใจเปิดถุงออกดูแล้วก็ต้องตกตะลึง เพราะสิ่งที่เห็นเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นระเบิด เพราะภายในกล่องมีทั้งโทรศัพท์มือถือ สายไฟที่ต่อพ่วงกับพาวเวอร์แบงค์ เหล้าแห้งลักษณะเป็นเจล และไม้ขีดไฟ

เมื่อเห็นดังนั้นก็คิดว่าเป็นระเบิดอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจให้พนักงานนำไปทิ้งในถังน้ำที่อยู่หน้าร้าน เนื่องจากคิดว่าน้ำจะช่วยตัดวงจรไฟฟ้าที่ต่อไว้ทำให้ระเบิดไม่ทำงานได้ หลังจากนั้นก็มีคนมาหยิบดูก็เห็นไฟกระพริบๆ จึงได้เรียก รปภ. เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งตนทราบเพียงว่ามีการยกออกไปด้านนอก แต่ก็ไม่ได้ตามไปดู

ขณะที่ นายกำธร เกตุแก้ว รปภ.ที่อุ้มถังน้ำที่มีระเบิดอยู่ภายในไปวางที่ลานจอดรถห่างจากจุดที่พบประมาณ 800 เมตร เล่าถึงนาทีระทึก ว่า ตอนนั้นกำลังจะกลับบ้านพักเนื่องจากเลิกงานแล้ว แต่มีคนเรียกว่ามีระเบิดจึงเข้าไปดู เมื่อเห็นวัตถุที่ใส่อยู่ในถังน้ำก็ตัดสินใจในวินาทีนั้นเลยว่า ตายเป็นตาย และอุ้มถังน้ำขนาดใหญ่ที่ภายในมีระเบิดออกจากจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะอุ้มไปก็คิดว่าตายคนเดียวดีกว่าที่จะให้คนส่วนใหญ่ ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยว และพนักงานขายของในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งอยู่กันเป็นจำนวนมากมาตายไปด้วยกัน คิดตลอดเวลาที่อุ้มถังไปตลอดเวลาว่า จะระเบิดตอนไหน

เมื่อไปถึงลานจอดรถ เพื่อนก็ด่าว่าเอามาทำไม ซึ่งตนก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะเอาออกไปจากพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่จำนวนมากเท่านั้น แต่ก็โชคดีที่ไม่ระเบิดขึ้น ซึ่งตนทำไปก็ไม่ได้หวังอะไร เพียงแต่ต้องการให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นรอดเท่านั้นถ้าเกิดเหตุระเบิดขึ้น ส่วนตนยอมตายคนเดียว แต่ตายให้มีศักดิ์ศรี ตายอย่างมีคุณค่า จึงตัดสินใจทำไป แต่พอมานึกถึงตอนนี้ก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน แต่ก็ดีใจที่วันนั้นระเบิดไม่ทำงาน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังนำภาพสเก็ตช์คนร้ายที่คาดว่าจะเป็นนำระเบิดไปวางที่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แจกจ่ายไปยังประชาชน และตามห้างร้านต่างๆ พร้อมทั้งสื่อมวลชนแขนงต่างๆ และหากพบเห็นโทร.แจ้งเบาะแสได้ที่เบอร์ 191 ทันที ซึงจะมีภาคเอกชนมอบรางวัลนำจับให้ 1 แสนบาททันกรณีที่นำไปจับกุมตัวได้

เทศกาลทาคายาม่า Takayama Festival

เทศกาลทะคะยะมะเป็นชื่อที่ถูกใช้เรียก “ซันโนะ มัทซูริ”
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และหากถูกจัดขึ้นที่วัดซากุระยะมะ ฮะจิมังงูในช่วงเดือนตุลาคมจะเรียก “ฮะจิมัน มัทซูริ” และถือเป็นเทศกาลที่สวยที่สุดอีกเทศกาลนึงของประเทศญี่ปุ่น ขบวนแห่ขนาดใหญ่ ผู้คนกว่า 1,000 คนที่เป็นฉากหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเครื่องแต่งกายและการแสดงดนตรี จนทำให้คุณรู้สึกราวกับย้อนยุคไปช่วงศตวรรษที่ 15
ทะคะยะมะ
ขบวนพาเหรดโทเคียรากุนั้นเป็นที่นิยมมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนมากมายที่แต่งตัวด้วยหมวกที่ประดับประดาไปด้วยขนนก อีกทั้งยังตีทั้งระฆัง แลให้จังหวะด้วยกลอง และมีเชิดสิงโต เป็นการแสดงที่แสดงการเต้นพร้อมทั้งสวมใส่หัวสิงโต และจะตามด้วยขบวนพาเหรดต่าง ๆ อีกกว่า 10 ขบวน เรียกว่ายะไต ซึ่งมีการผลิด ประดิษฐ์มาหลากหลายเช่นหุ่นชักไยที่คล่องตัวได้ดีมาก ๆ จนทำให้คุณประหลาดใจ และเมื่อตกเย็น โคมไฟหลากสีนับร้อย ๆ ดวงบนรถขบวนแห่นั้น จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม ความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีทางฝั่นตะวันตกและตะวันออกในสมัยเอโดะนั้น (ยุคศตวรรษที่ 17 – 19) ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่กับเทศกาลนี้

เทศกาลทะคะยะมะ
นี่ก็คือความภาคภูมิใจของเมืองทะคะยะมะ จากที่เดิมทีอวดช่างฝีมือที่โดดเด่นทางช่างไม้ และช่างแกะสลัก เมืองทะคะยะมะนั้นอยู่ในเขาลูกเล็ก ๆ จากเทือกเขาเอลป์ และถูกเรียกว่าเมืองเกียวโตแห่งภูมิภาคฮิดะ ซึ่งคุณสามารถมองเห็นบ้านทรงบ้านแบบโบราณทั้งแถบ และคุณสามารถเดินเล่นได้บนถนนเส้นนั้น และถ้าเกิดว่าฝนตก คุณสามารถชมขบวนพาเหรดได้โดยไม่เปียกแค่ไปชมขบวนพาเหรดจากโกดัง ร้านค้าต่าง ๆ ที่เปิดประตู หน้าต่างไว้ และถ้าหากคุณสนใจที่จะศึกษาประวัติรถลากเหล่านี้ คุณสามารถไปเยี่ยมชมได้ที่ “Takayama Yatai Kankai”

โบรกฯ เผย หุ้นรายตัวเกร็งกำไรระยะสั้น

นักวิเคราะห์มองดัชนี ‘หุ้นไทย’ วันนี้ผันผวน หลังปรับตัวขึ้นมามากก่อนหน้านี้ และคาดว่าจะมีแรงขายทำกำไรหลังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนหุ้นไทย

บล.ธนชาต ระบุ (10 ส.ค.) ดัชนีหุ้นไทยทดสอบเป้าหมาย 1,550 จุดเร็วกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้มีความผันผวนระยะสั้นตามมา แต่ด้วย 1) สภาพคล่องที่ยังสูงทั่วโลก และต่างชาติยังถือหุ้นไทยต่ำในรอบหลายปี หรือ 30% ของมูลค่าตลาด เทียบกับจุดสูงสุดที่ 35-36% 2) การปรับประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ต่อเนื่อง และ 3) ความชัดเจนทางการเมือง ทำให้ Downside จำกัดที่ 1,520 +/- จุด และคงเป้าหมายสิ้นปีที่ 1,620 จุด

แนะนำซื้อหุ้นที่เป็นเป้าหมายการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่มีพื้นฐานดี, การบริโภค ลงทุนเร่งตัว และหุ้นที่ Consensus มีโอกาสปรับประมาณการกำไร และเป้าหมายพื้นฐานขึ้น 1) เป้าหมายการไหลเข้าของ Fund Fow: ADVANC AOT KTB SCC 2) การบริโภคและลงทุนเร่งตัว: BJC CPALL (PE17 23.6 เท่าต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มค้าปลีก) QH HMPRO CK และ SEAFCO 3) มีโอกาส Consensus ปรับประมาณการกำไรขึ้น: TOP (กำไรไตรมาส 2/59 ดีกว่าคาด ได้ผลดี PX-Spread ฟื้น) GFPT (กำไรไตรมาส 2/59 ดีกว่าคาด ราคาไก่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นช่วงครึ่งปีหลังของปี 59)

8 ส.ค. 2559

โบรกฯ คาด ‘หุ้นไทย’ พรุ่งนี้บวกต่อ หลังชัดเจนผลประชามติรับร่าง รธน.แนะ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์และสื่อสารนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (8 ส.ค.) เปิดบวกแรง และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน หลังผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ จึงทำให้มีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่โดดเด่น ขณะที่ พรุ่งนี้ (9 ส.ค.) คาดหุ้นไทยมีโอกาสบวกต่อ กระแสเงินทุนยังเป็นปัจจัยหลักดันให้ดัชนีเดินหน้าบวก

186

ทั้งนี้ ปัจจัยในประเทศติดตามตัวเลข GDP และผลประกอบการ Q2/59 คาดว่านักวิเคราะห์จะปรับประมาณการณ์เพิ่มขึ้น หรือ relating หุ้นบางตัวที่ไม่ได้ปรับประมาณการณ์ กล่าวคือ อาจจะพิจารณาปรับค่า PE ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องบรรยากาศการลงทุนที่สดใสมากขึ้น เป็นต้น

ส่วนด้านเทคนิคมองว่า ในช่วง 1-2 เดือนนี้ ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,600 จุด แต่ในช่วงสั้น ที่แนวต้าน 1,550-1,560 จุด ดัชนีมีโอกาสปรับฐานในลักษณะปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ ด้านกลยุทธ์ แนะเก็งกำไรหุ้นอิงกระแสเงินทุนต่างชาติ อาทิ กลุ่มแบงก์และสื่อสาร และหุ้นที่คาดหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการเดินหน้าการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,535-1,532 จุด แนวต้าน 1,550 จุด

ด้าน นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากตัวเลขคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินการเติบโตของจีดีพีปี 2559 ที่ระดับ 3% โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะได้แรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. อย่างไม่เป็นทางการ เห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญเป็นจำนวนถึง 61.4% เปรียบเทียบกับไม่รับร่างที่ 38.6% โดยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 55% ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งประเทศที่ 50.3 ล้านคน

ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลง โดยมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ที่ระดับ 1,550 จุด ด้วยอัตราส่วน Forward P/E ที่ระดับ 16.5 เท่า และคาดว่าในช่วงกลางปี 2560 ดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 1,640 จุด

« Older posts

© 2016 webjasmin.com

Theme by Anders NorenUp ↑